HOME
 Health
 Beauty
 Sex life
 Woman focus
 เรื่องน่ารู้รอบตัว
 แบบทดสอบ

ครีมหมอจุฬา , ครีมหน้าเด้ง ลดน้ำหนัก ม.รังสิต  และ เครื่องสำอางคุณภาพ by ร้านปอป่าน
โฆษณา
โฆษณา

 

 
ความทุกข์ของผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำศัลยกรรมพลาสติก


ดิฉันได้ทำศัลยกรรมพลาสติกบนใบหน้ามาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว จากการทำตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อย บางอย่างทำแล้วก็ดูสวยขึ้น แต่บางอย่างถ้าพลาดไปแล้ว ถึงจะแก้ยังไงมันก็ไม่สามารถทำให้ดูดีขึ้นได้ แก้แล้วแก้อีกหลายครั้งกว่าที่ตัวเองจะพอใจ ดิฉันทำศัลยกรรมจนใบหน้าของดิฉันเปลี่ยนเป็นคนละคน และดิฉันก็รู้สึกว่าชีวิตดิฉันก็เปลี่ยนตามใบหน้าไปด้วย เรื่องแย่ๆ ก็เริ่มมีมากขึ้นจนดิฉันเบื่อความเป็นผู้หญิง ที่จะต้องพยายามทำให้ตัวเองดูสวย ดูดีในสายตาคนอื่นตลอดเวลา

ก่อนที่ดิฉันจะเริ่มทำศัลยกรรมนั้น หน้าตาของดิฉันก็ไม่ได้ขี้เหร่หรือน่าเกลียดมากมาย แค่ตาตี่ เล็ก และจมูกไม่มีดั้งเท่านั้นเอง แต่โชคดีที่เกิดมามีผิวพรรณดี ขาวเนียน รูปร่างสมส่วน ซึ่งสำหรับดิฉันในตอนเด็กก็ถือว่าแค่นี้ก็ดีถมแล้ว

พอเริ่มโตเป็นสาว ก็เริ่มโดนเด็กผู้ชายล้อ ตาตี่บ้าง ดั้งหักบ้าง ช่วงแรกก็เฉยๆ ไม่ได้คิดอะไร แต่พวกนั้นก็ล้อกันไม่หยุด จนดิฉันรู้สึกอายและคิดว่ามันเป็นปมด้อย

เมื่อถูกล้อมากขึ้น ดิฉันก็ไม่สนใจที่จะคบผู้ชายคนไหนเลย ตั้งใจเรียนอย่างเดียว ถึงยังงั้นก็ยังมีผู้ชายทำท่าจะเข้ามาจีบ แต่พอเข้ามาคุยได้สักพัก ก็ต้องมาล้อดิฉันว่า ตาตี่ ดั้งไม่มี เป็นลาวบ้าง บางคนหาว่าดิฉันไม่ได้ลืมตาบ้าง ทำให้ดูเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่น

พอดีช่วงนั้น การทำศัลยกรรมพลาสติก กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ดารา ที่แต่ละคนทำออกมาแล้วดูสวยเป็นธรรมชาติ ก็ยิ่งทำให้ดิฉันอยากทำเพื่อลบปมด้อย พยายามที่จะเก็บเงินค่าขนมที่พ่อแม่ให้และศึกษาข้อมูลว่า มีคลินิกทำศัลยกรรมอยู่ที่ไหนบ้าง ทำออกมาแล้วดูเป็นอย่างไร

ช่วงนั้นดิฉันก็อายุเพิ่งจะ 19 ปี กำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เงินที่สะสมไว้ก็มีพอสมควรแล้ว เลยคิดที่จะทำ ตัดสินใจทำตาก่อน ให้เป็นสองชั้น พอทำเสร็จแล้วดิฉันเห็นว่าตามีลักษณะที่ใหญ่โตขึ้น และตาก็ดูตกไม่เป็นธรรมชาติอีกด้วย ทั้งๆ ที่เสียเงินไปเป็นหมื่น ก็ไม่สามารถทำให้ดูดีขึ้นได้ กลับทำให้แย่ลงไปอีก ดิฉันก็เลยแก้ไขโดยใช้เครื่องสำอางช่วยในการแต่งตา เพื่อให้ดูไม่น่าเกลียด

การทำศัลยกรรมครั้งแรกทำให้คิดว่าจะต้องเปลี่ยนคลินิกใหม่ คราวนี้ลองหาดูจากสมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง เผอิญไปเห็นโฆษณาว่ามีหมอศัลยกรรมมาจากอเมริกา เป็นหมอมือดี ถึงราคาจะค่อนข้างแพงมาก แต่ดิฉันก็ยอมที่จะทำจมูกเป็นส่วนต่อไป

วิธีการทำ หมอจะฉีดยาชาแล้วเปิดปากด้านบนขึ้น ผ่าตัดส่วนข้างในปากที่อยู่ติดกับช่องจมูกและก็ค่อยๆ ดันแท่งซิลิโคนสำเร็จรูปเข้าไป ผลที่ออกมาจมูกดิฉันดูสวยขึ้น แต่ดิฉันก็ต้องไปหาคลินิกถึง 2 ที่เพื่อทำปีกจมูกทั้ง 2 ข้างถึงจะออกมาดูแล้วสวย เข้ากับจมูกที่ไปทำมา

ช่วงที่ดิฉันทำศัลยกรรม ก็ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ ตอนนั้นเป็นกังวลเรื่องตามาก เพราะมีแต่เพื่อนผู้ชายชอบล้อ ดิฉันต้องเสียเวลาในการแต่งหน้านานมากจนทำให้มาเข้าเรียนช้า บางทีในชั่วโมงเรียนถึงกับนั่งท้อแท้ไม่เป็นอันเรียน บางวันก็หยุดเรียนนอนเครียดอยู่กับบ้าน การเรียนก็เริ่มตกลงเรื่อยๆ จนต้องขอพักการเรียนเอาไว้ก่อน

ระหว่างที่กำลังว่างอยู่นั้น ดิฉันก็ตระเวนหาคลินิกดังๆ ก็มาเจออยู่ที่หนึ่งที่ใครบอกว่าทำออกมาแล้วได้ผล ดิฉันก็ไป เพื่อจะแก้ไขเรื่องตาให้เป็นปกติสักที หมอก็แนะนำให้ดิฉันผ่าตัดดึงขมับ วิธีนี้มีแต่คนที่มีอายุทำทั้งนั้น แต่ดิฉันต้องมาทำทั้งๆ ที่ยังมีอายุน้อยอยู่เลย

การทำครั้งนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นเลยสักนิด หมอที่ผ่าตัดให้ แนะนำอีกว่าให้ลองเจาะข้างขมับเพื่อผูกมัดกล้ามเนื้อให้ดึงตาให้สูงขึ้น แต่วิธีนี้ก็ยังไม่ทำให้ดีขึ้นอยู่ดี หมอก็แนะนำให้ลองผ่าตัดเจียกระดูกโหนกตา แล้วเย็บชั้นตาใหม่ มันอาจจะทำให้ตาที่ตกหายได้ ดิฉันก็ลองเชื่อหมออีกครั้ง ผลที่ตามมา หน้าตาของดิฉันอักเสบ มีอาการบวมช้ำมากและผลจากการที่โดนวางยาสลบหลายๆ ครั้ง ทำให้สมองเซื่องซึม แต่ดิฉันก็นอนพักฟื้นทนทานยาแก้อักเสบทุกวันจนหายเป็นปกติ

คราวนี้ดิฉันตัดสินใจไปปรึกษาหมออีกครั้ง หมอก็แนะนำให้ทำ “ แอ็คทอธ ” คือการใช้เส้นไหมทั้งหมด 8 เส้นดึงคิ้วให้ขึ้นไป ทำแล้วตาจะดูโตขึ้นไม่ตกลงมาอีก ช่วงแรกๆ ก็ดูดี แต่พอนานไปก็เริ่มตกลงมาอีก ดิฉันก็กลับไปปรึกษาหมออีก หมอก็ให้ตัดหนังตาตรงส่วนหางตาออก แต่มันก็ไม่ได้ผล ทำจนหมดวิธีที่จะแก้เรื่องตา ก็มีเรื่องจมูกเข้ามาอีก เริ่มรู้สึกว่าจมูมแห้ง หนังจมูกก็เริ่มบางลงทำให้เห็นสันจมูกชัดขึ้น ดิฉันก็ต้องไปแก้ โดยเลาะซิลิโคนออกแล้วทำใหม่ ใช้เวลาแก้จมูกตั้งหลายรอบถึงจะได้ผลเป็นที่พอใจ

เพราะการที่ดิฉันเสียเวลาไปกับการทำศัลยกรรมควบคู่กับการเรียน ทำให้เรียบจบช้ากว่าคนอื่น และคะแนนที่ได้ก็ไม่ดีเท่าที่ควร พอเริ่มทำงานก็ต้องขยันเก็บเงินเพื่อไปทำศัลยกรรมคางต่ออีก และทำอีกหลายอย่างหมดเงินไปเป็นแสน

ทุกครั้งที่ดิฉันมองดูใบหน้าตัวเองก็ยังไม่พอใจอยู่ดี เวลาเห็นตาที่ไรก็ต้องทุกข์ใจที่ตาของดิฉันดูไม่ดีเลย แต่ดิฉันก็มีความสุขที่สามารถแก้จมูกให้ดูดีขึ้นได้ ดิฉันเคยคิดว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ดิฉันเลือกที่จะไม่ทำศัลยกรรมเลย เก็บเงินไว้ดีกว่า แต่ดิฉันก็รู้ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อเราเลือกที่จะทำแล้ว

ตอนนี้ดิฉันก็เริ่มปลงแล้ว ถ้ามีใครมาล้ออีกก็ไม่สนใจแล้ว เพราะเหนื่อยกับการแคร์สายตาคนอื่นแล้ว ถึงจะไม่สวยเหมือนใครๆ ถ้าเราพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ใครก็คงไม่สามารถทำให้เรามีปมด้อยได้ ที่ดิฉันต้องทนถูกศัลยกรรมหลายๆ ครั้ง เหมือนกับเป็นหนูทดลองมาร่วม 10 ปี ก็เพราะเมื่อก่อนดิฉันไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี

ดิฉันอยากให้ประสบการณ์ที่ผ่านมา คอยเตือนสติเพื่อนหญิงทุกท่านที่กำลังตัดสินใจจะทำศัลยกรรม เพราะอยากสวย อยากให้คิดให้ดีก่อนว่าควรจะทำแค่ไหน ทำไปเพื่อใคร และเวลาที่ทำไปแล้วจะทำให้ตัวเองมีความสุขได้หรือเปล่า ดิฉันไม่ได้ห้ามเพียงแค่อยากเตือนสติว่า สิ่งที่ทำแล้วมันฝืนธรรมชาติมันย่อมมีทั้งคุณและโทษเสมอ

 

 

 

 


advertising

   ติดต่อ : webmaster@womaninfocus.com  Copyright 2008 © Womaninfocus  All rights reserved