เทรนด์ทำเงินยุคข้าวยากหมากแพง
ในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ผู้บริโภคต่างก็รัดเข็มขัดกันถ้วนหน้า เพราะสินค้าทุก
อย่างปรับราคาขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่รายได้ยังเท่าเดิม และอาจมีสิทธิรายได้
้ลดลง หรือกลายเป็นพวกไม่มีรายได้เอาง่ายๆ
สินค้าที่จะได้รับผลกระทบจากการรัดเข็มขัดของผู้บริโภคเป็นอันดับแรกๆ คงหนีไม
่พ้นสินค้าหรูหราฟุ่มเฟือย แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาส แม้ในด้านหนึ่งภาวะเศรษฐกิจที่
ย่ำแย่จะทำให้ลูกค้าหดหายไป แต่ในอีกด้านหนึ่งก็สร้างโอกาสให้แก่ตลาดสินค้าหรู
ูเช่นกัน โดยเฉพาะธุรกิจให้เช่าสินค้าหรูแก่ลูกค้าที่ไม่สามารถซื้อหามาไว้ในครอบ
ครองเองได้ คาดกันว่า ธุรกิจให้เช่าสินค้าหรูจะยิ่งเบ่ง
บานขึ้ึน ท่ามกลางความยากลำบากของร้านค้าแบรนด์ดัง
ที่เริ่มได้รับผลกระทบอย่างเด่นชัดมากขึ้นจากตลาดหุ้น
และราคาที่อยู่อาศัยที่ลดฮวบฮาบ ซึ่งทำให้ลูกค้าเริ่ม
ใช้จ่ายเงินอย่างระมัดระวังมากขึ้น
มิลตัน เปคราชา ประธานบริหารบริษัทวิจัย ลักซูรี อินสติติวต์ มองว่าภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว จะทำให้ผู้
คนหันมาหาทางเลือกใหม่ๆ แทนที่จะยอมจ่ายเงินแพงๆ ซื้อสินค้าหรูหรา ซึ่งนี่จะช่วย
กระตุ้นธุรกิจให้เช่าสินค้าหรูได้เป็นอย่างดี และมีความเป็นไปได้ว่า ในระยะยาวผู้คนจะ
หันมาเช่าแทนการซื้อ เพราะพวกเขาแค่อยากได้ประสบการณ์มากกว่าอยากเป็นเจ้าของ
สอดคล้องกับ มิเชล ครายูล เจ้าของบริษัท บลิง ยัวร์เซลฟ์ บอกว่า ลูกค้าของ
บริษัทเพิ่มขึ้นราว 20-40% ต่อเดือน นับตั้งแต่เปิดธุรกิจให้เช่าจิวเวลรี่ในเดือน
กรกฏาคมปีที่แล้ว และแม้เศรษฐกิจสหรัฐจะเดินเข้าสู่ภาวะชะลอตัว แต่ก็ไม่ได้ส่ง
ผลกระทบต่อบริษัทแต่อย่างใด
บริษัทของ ครายูล ทำธุรกิจให้เช่านาฬิกาหรูหลายแบรนด์ อาทิ โรเล็กซ์ และ
จิวเวลร ี่ของดีไซเนอร์ดังๆ โดยอัตราค่าเช่าจะอยู่ที่
10-15% ของราคาขายในร้านค้า
ที่สำคัญ คือ สินค้าที่ให้เช่าจะมีระยะเวลายาว
นานได้ถึง 2-3 ปีเลยทีเดียว เพราะสินค้า
ประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องตามเทรนด์แฟชั่น ทำให้บริษัทไม่จำเป็นต้องสต็อกสินค้าทุก 4 เดือน แต่สามารถทำกำไรจากสินค้าได้ในระยะยาว
เช่นเดียวกับธุรกิจให้เช่าและขายกระเป๋าถือสำหรับ
คุณผู้หญิงของ ฟรอม แบ็กส์ ทู ริชเชส (From Bags to Riches) ซึ่งยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
นับตั้งแต่เปิดร้านในปี 2547 โดยยอดขายของ
บริษัทในปีนี้น่าจะโตขึ้น 57% ซึ่งราวครึ่งหนึ่งของยอดขายทั้งหมดของบริษัท มา
จากธุรกิจให้เช่า และบริษัทมีแผนจะขยายสาขาไปในแคนาดา แอฟริกาใต้และ
อังกฤษ ภายใน 3 เดือนข้างหน้า

ซามูแอล มังเกียร์ เจ้าของฟรอม แบ็กส์ ทู ริชเชส กล่าวว่า แทนที่จะต้องจ่ายเงิน 1,000 ดอลลาร์ ซื้อกระเป๋า 1 ใบ แต่ลูกค้าสามารถเช่าได้ในราคา 100 ดอลลาร์ และลูกค้าที่เช่าก็ไม่ต้องการที่จะเป็นเจ้าของกระเป๋า เพียงแต่ต้องการประสบการณ์์จากการได้ใช้กระเป๋า
แบรนด์เนมเท่านั้น
น่าสนใจว่า เทรนด์ให้เช่ากระเป๋าถือเฟืองฟูมาก โดยเฉพาะในโลกอินเตอร์เน็ต ที่มีเว็บไซค์ให้เช่ากระเป๋าถือแบรนด์เนมจำนวนมาก ตั้งแต่อีฟส์ แซงต์ โลรองต์
บาเลนเซียกา หลุยส์ วิตตอง มาร์ก จาค็อบ กุชชี่ และชาแนล โดยเปิดให้เช่าทั้ง
รายสัปดาห์และรายเดือน
เอเอฟพี ระบุว่า Bag Borrow or Steal เป็นตัวอย่างหนึ่งของเว็บไซต์ให้เช่ากระเป๋า ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยกระเป๋าหนังสานแบรนด์ Bottega Veneta ให้เช่าใน
ราคา 90 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ หรือ 229 ดอลลาร์ต่อเดือน ส่วนกระเป๋าหนังจระเข้ เคลลี ของแอร์เมส (Hermes) ให้เช่าที่ราคา 500 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ หากสมัครเป็น
สมาชิกจะได้รับส่วนลดอีก 30 ดอลลาร์
ธุรกิจประเภทนี้สามารถดึงดูดได้ทั้งลูกค้าที่ชื่นชอบสินค้าหรู แต่ไม่สามารถซื้อหามาได้ และลูกค้าที่มีเงินซื้อ แต่ต้องการทางเลือกใหม่ๆ ซึ่งทำให้ธุรกิจนี้ยังไปได้ดี แม้
เศรษฐกิจซบเซา เพราะบริษัทเหล่านี้ทำให้สินค้าหรูเป็นของที่ไม่ไกลเกินฝัน
อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจนี้จะเติมเต็มฝันของลูกค้าบางคน แต่นั่นก็อาจไม่ได้คุ้มค่ากับเงิน
ที่จ่ายไป เพราะลูกค้าที่จะใช้บริการเช่า อาจต้องจ่ายแงขึ้นกว่าปกติ ยกตัวอย่าง นาฬิกาโรเล็กซ์ที่ให้เช่าในอัตรา 900 ดอลลาร์ต่อเดือนนั้น หากลูกค้าเช่าเป็นเวลา 5 เดือน ก็สามารถนำเงินที่จ่ายไปซื้อเป็นของตัวเองได้แล้ว
|