(รูปคบเพลิงโอลิมปิก ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่กรุงปักกิ่ง)
ใน สมัยกรีกโบราณ เพลิงถือว่าไฟเป็นสัญลักษณ์แห่งเทพ ด้วยเชื่อถือกันว่าเทพเจ้าโพรเมเทอุสขโมย
จาก เทพเจ้าซุสลงมามอบให้แก่มนุษยชาติมีไว้บริโภคเป็นครั้งแรก ดังนั้น จึงมีการจุดและรักษาเพลิง
ให้โชติช่วงไว้ตลอด ณ ศาสนสถานหลายแห่งในเมืองโอลิมเปีย ( Olympia ) ประเทศกรีซ เช่นเดียวกับ
ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกอันมีขึ้นเพื่อเฉลิมเกียรติของเทพเจ้าซุส ที่มีการจุดและรักษาเพลิงไว้ ณ
วิหารของซุสและวิหารแห่งเทวีเฮรา ( Hera) ภริยาของซุส
เมื่อมีการแข่งขันโอลิมปิกจะ มีการจุดไฟกองใหญ่ขึ้นบนยอดเขาโอลิมปัส เพื่อให้ความสว่าง
ไสว และเพื่อเป็นสัญญาณประกาศให้คนทั่วไปได้ทราบว่า การเฉลิมฉลองได้เริ่มขึ้นแล้ว พิธีการ
จุดไฟนั้น เริ่มแรกทำบนยอดเขาโอลิมปัส โดยใช้แว่นรวมแสงอาทิตย์ไปยังเชื้อเพลิง เมื่อติดไฟแล้ว จึงนำ
ตะเกียงต่อเอาไว้ ไฟกองใหญ่จะคงลุกโชติช่วงต่อไปจนตลอดงานฉลอง ส่วนตะเกียงนั้นจะมีการวิ่งถือไป
ทั่วทุกนครรัฐ ด้วยการส่งต่อกันไปเป็นทอด ๆ จากนักวิ่ง คนละ 2 ไมล์ หากผ่านทะเลหรือแม่น้ำก็จะลงเรือ
ข้ามฟากโดยไฟไม่ดับ ไฟนี้ชาวกรีก ถือว่าเป็นไฟศักดิ์สิทธิ์ และความสงบสุขของชาวกรีกซึ่งพระเจ้าจะทรง
พระพิโรธต่อบุคคลที่ไม่สนใจในกิจการนี้

(สัญลักษณ์กีฬาโอลิมปิก 2008 ณ กรุงปักกิ่ง)
ในปัจจุบันก็ยังคงรักษาประเพณีเรื่องการจุดไฟไว้ดังเดิมทุกประการ นั่นก็คือ ก่อนจะมีการแข่งขันจะมี พิธีจุดไฟ ณ เขาโอลิมปัส ผู้จุดคือ สาวพรหมจารีย์ผู้บริสุทธิ์ เป็นผู้ต่อไฟจากแว่นรวมแสงของดวงอาทิตย์ด้วยคบเพลิง และไฟนี้จะถูกแจกจ่ายไปยัง
ประเทศสมาชิกทั่วโลก และข้ามน้ำข้ามทะเลไปสู่ประเทศเจ้าภาพ และมี การวิ่งถือคบเพลิง ส่งต่อกันไปจุดที่กระถางใหญ่บริเวณงานในวันแรกของ พิธีเปิดการแข่งขัน ไฟจะต้องไม่ดับตั้งแต่เริ่มจุด ณ ภูเขาโอลิมปัส จนกว่าจะสิ้นสุดการแข่งขันโอลิมปิกในครั้งนั้น ๆ

(มาสคอต ทั้งห้าตัวของการแข่งกีฬาโอลิมปิกในครั้งนี้จ้ะ)
เป็นไงบ้างจ๊ะ ได้รู้จักกับคบเพลิงโอลิมปิกกันมากขึ้นหรือเปล่า ตอนนี้การส่งคบเพลิงโอลิมปิก ในประเทศไทยก็ได้ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และก็ผ่านไปด้วยดีด้วย งานนี้ก็ต้องขอปรบมือให้กับคนไทยทุก ๆ คนด้วยนะจ๊ะ ... เรามาคอยลุ้นกันต่อไปดีกว่าว่าคบเพลิงอันนี้จะไปสู่กรุงปักกิ่ง และจะลุกโชติช่วงสวยงามขนาดไหน ในการแข่งขัน โอลิมปิกฤดูร้อน ณ กรุงปักกิ่ง ในเดือนสิงหาคมนี้.....
ที่มา : dek-d.com
|