Home
 สุขภาพ
 Woman focus
 ความสวยความงาม
 Sex life
 เมนูสุขภาพ
 รวมมิตรเกร็ดความรู้
 ดวงชะตาราศ
 In memory
 ขำขำคลายเครีียด
 Quiz show
 

โฆษณา
โฆษณา
โฆษณา


 

 

 

 

 

 

 

 


น้ำตาไม่ช่วยอะไร


นํ้าตาลูกผู้หญิง อาจเคยช่วยพลิกวิกฤตให้ “ฮิลลารี คลินตัน” กลับมาเป็นผู้มีแต้มต่อ
เหนือ“บาแร็ก โอบามา” วุฒิสมาชิกหนุ่มจากรัฐอิลลินอยส์ ได้เมื่อช่วงก่อนลงศึกซู
ูเปอร์ทิวส์เดย์ ทว่า สำหรับม้าตีนต้นที่กลายเป็นผู้พ่ายใน 8 รัฐรวดในขณะนี้ การหลั่งน้ำ
ตาอาจไม่ช่วยอะไรได้อีก นอกจากตอกย้ำความอ่อนแอของลูกผู้หญิง

หลายคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับวุฒิสมาชิกหญิงแกร่งจากนิวยอร์ก ที่มีภาษีเหนือผู้
สมัครทุกคนจากการเป็นอดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ที่คุ้นเคยกับการเมืองสหรัฐและ
ทำเนียบขาวมายาวนาน ถึงขนาดที่หลายคนเล็งทำประวัติว่าที่ประธานาธิบดีหญิงคน
แรกในประวัติศาสตร์สหรัฐแล้ว

หลังจากศึกใหญ่วันอังคารที่ 5 ก.พ. ฮิลลารี ต้องพบกับความพ่ายแพ้
ยับเยินอย่างต่อเนื่องในการหยั่ง
เสียง8 รัฐ คือ หลุยเซียนา
เนบราสกา วอชิงตัน เมน เวอร์จิน
ไอร์์แลนด์ส แมรีแลนด์ เวอร์จิเนีย
และ วอชิงตัน ดี.ซี. ทำให้ม้าตีน
ปลายอย่าง โอบามา ผงาดขึ้นมามี
คะแนนเดลิเกต หรือผู้แทนรัฐ นำ
ฮิลลารี ได้เป็นครั้งแรก

กระทั่งสื่อสหรัฐหลายแขนงได้ตัดชื่อ ฮิลลารีทิ้ง และขึ้นเฉพาะรูปของโอบามา ขนาบ
กับ “จอห์น แม็คเคน” จากพรรค รีพับลิกัน เป็น 2 ผู้สมัครชิงตำแหน่ง ประธานาธิบดี
ไปเรียบร้อยแล้ว

จากการหยั่งเสียงใน 8 รัฐดังกล่าวพบว่า ฮิลลารี ได้สูญเสียเสียงสนับสนุนในส่วนของ
สตรี ชาวฮิสแปนิก และชาวผิวเหลืองไปให้กับฝ่ายโอบามามากขึ้น น้ำตาที่เคยช่วยลด
ภาพหญิงแกร่งแต่กร้าวเมื่อเดือนที่แล้ว ไม่ได้ช่วยให้ฮิลลารีมีความนิยมเพิ่มขึ้นอย่าง
ถาวร และคำว่าประสบการณ์ที่มากกว่าของเธอ ในมุมหนึ่งกลับย้อนมาทำร้ายตัวเธอเอง

เพราะชาวอเมริกันจำนวนมากเริ่ม หันไปเทใจให้โอบามามากกว่า แค่คำว่า “เปลี่ยน” กลับซื้อใจอเมริกันชน และมองว่าประสบการณ์ของฮิลลารี ก็คือภาพการเมือง
น้ำเน่า ที่เปลี่ยนมือจากตระกูลบุช มาสู่ตระกูลคลินตัน หากเป็นเช่นนั้น การไร้
้ประสบการณ์ของโอบามา ก็น่าจะเปลี่ยนการเมืองสหรัฐไปสู่แบบแผนใหม่ที่น่าจะดี
ได้มากกว่า

ความพ่ายแพ้ของฮิลลารี ยังนำไปสู่การลา
ออกของผู้จัดการทีมรณรงค์หาเสียง แพตตี
โซลิส ดอยล์ เพื่อเปลี่ยนตัวให้ “แม็กกี วิลเลียมส์” ผู้ช่วยคนสำคัญที่อยู่กับฮิลลารี มา
นาน เข้ามาเปลี่ยนกลยุทธ์ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
ครั้งนี้

เมื่อครั้งยังทำงานที่ทำเนียบขาว วิลเลียมส์ ถือเป็นหญิงอเมริกัน-แอฟริกัน ที่มีตำแหน่ง
ใหญ่ที่สุด และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “ทีมคนใน” ของฮิลลารี ที่เป็นคู่สมรสประธานา
ธิบดีคนแรกที่มีสำนักงานในตึกเวสต์ วิง และวิลเลียมส์ก็ได้นั่งในห้อง ติดกัน

สิ่งที่วิลเลียมส์กำลังมุ่งมั่นในขณะนี้ก็คือ ฮิลลารี ต้องรักษาฐานเสียงสตรีเดิม และหันไป
คว้าเสียงในกลุ่มแรงงาน ผู้ชาย และคนผิวสี ให้ได้มากขึ้น และวิลเลียมส์ต้องมั่นใจได้ว่า
ฮิลลารีจะกลับมาตีตื้นได้ในการคว้าชัยที่รัฐโอไฮโอและเทกซัส ในวันที่ 4 มี.ค. ซึ่งทั้ง 2 รัฐต่างมีคะแนนเดลิเกตรัฐละ 100 เสียง และโพลล่าสุดต่างชี้ว่าศึกครั้งนี้น่าจะแบ่งกันไป
คนละรัฐ โดยฮิลลารีน่าจะคว้าชัยในเทกซัส และโอบามาน่าจะชนะในโอไฮโอ

“มิแชล โอบามา” กับ “บิล คลินตัน” ณ วินาทีนี้ ตำแหน่งอดีตประธานาธิบดี อาจ ไม่ส่งให้
้ศรีภรรยาไปถึงดวงดาวได้มากนัก

กิตติศัพท์ความสามารถของคลินตันนั้นเป็นที่ประจักษ์กันดีอยู่แล้ว จากการผลักดันให้
้เศรษฐกิจของสหรัฐเติบโตก้าวหน้าได้ ต่อเนื่องตลอด 4 ปีในการดำรงตำแหน่ง ไม่นับ
รวมสเน่ห์เหลือล้น ซึ่งถือเป็นความสามารถส่วนบุคคล ที่ทำให้คลินตันเป็นที่ดึงดูดทั้งสำ
หรับหญิงและชาย

ทว่า จุดด่างพร้อยที่เลวร้ายที่สุดเพียงอย่างเดียวกับอดีตเด็กฝึกงานสาว “โมนิกา
ลูวินสกี” ก็เพียงพอแล้วที่จะทำร้ายฮิลลารี ทั้งในอดีตและในการเลือกตั้งปัจจุบัน ซึ่ง
แม้แต่ มิแชล โอบามา ยังหยิบยกเรื่องในบ้านคลินตันมาพูดโจมตีว่า “แค่เรื่องในบ้าน
ยังดูแลไม่ได้ แล้วเธอจะดูแลประเทศได้อย่างไร?”

เป็นความจริงที่สร้างความเจ็บปวดให้ไม่น้อยต่อทั้งคลินตันและฝ่ายที่สนับสนุนเธอ

มิแชล โอบามา อดีตทนายวัย 44 ปีจากรั้วไอวี ลีก เลือกที่จะไม่เป็นช้างเท้าหลัง ตามแบบฉบับอนุรักษนิยมเหมือนกับ “ลอรา บุช” หรือ “มิสซิส ซินดี แม็คเคน” ที่ครั้งหนึ่งเคยกล่าวว่า เธอคิดว่าชาวอเมริกันน่าจะพอใจกับบทบาทตามประเพณีนิยม
ของสุภาพสตรีหมายเลข 1 มากกว่า

ด้วยนิสัยที่พูดจาตรงไปตรงมา ชัดเจน เสรีนิยม และเป็นนักพูดคนหนึ่งที่เก่งกาจ ไม
่ด้อยไปว่าสามี มิแชล ถือเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งในทีมหาเสียงของโอบามา และเมื่อต้อง ขับเคี่ยวกับว่าที่สุภาพบุรุษหมายเลข 1 อย่าง คลินตัน แล้ว จึงทำให้ภาพของ “คู่สมรส” ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2008 มีสีสันมากที่สุดและเปลี่ยนโฉมไปอย่าง สิ้นเชิง

ในขณะที่ย้ำไม่ให้สามีหยิกยกเรื่องสีผิวมาหาเสียงมากนัก มิแชล กลับเป็นผู้ไปเจาะ
ฐานเสียงคนผิวสีอย่างเงียบๆ แทนในหลายต่อหลายรัฐ ขณะที่คลินตันเองก็ไม่มีกั๊ก
อีกต่อไป เดินหน้าช่วยภรรยาหาเสียงเต็มสูบในเทกซัส เพื่อหวังให้ฐานเสียงชาวฮิส
แปนิก มาหนุนให้ภรรยาชนะในรัฐนี้

ซูเปอร์ เดลิเกต วัดอยู่/ไป?

ภาวะที่เพลี่ยงพล้ำเช่นนี้ ยังทำให้ “ซูเปอร์ เดลิเกต” กลายเป็นตัวละครเด่นซึ่งถือเป็นตัว
แปรสำคัญที่สุดนอกจากการหยั่งเสียง และจะเป็นผู้ชี้ชะตา 2 ตัวเก็งในวันประชุมใหญ่
พรรคเดโมแครต ในเดือน ส.ค.นี้ และนับเป็นปีที่พวกเขามีบทบาทมากที่สุดในรอบ 24 ปี หลังโหวตให้ วอลเตอร์ มอนเดล เฉือนชนะ แกรี ฮาร์ท เข้าไปชิงเก้าอี้ผู้นำในปี 1984

ซูเปอร์ เดลิเกต แตกต่างจากเดลิเกตธรรมดา เพราะถือว่ายังเป็นกบจำศีลที่ยังไม่เลือก
นาย ซูเปอร์ เดลิเกต เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคจากรัฐต่างๆ ทั้งสมาชิกสภาคองเกรส ผู้ว่าการรัฐ และอดีตประธานาธิบดี ซึ่งได้อภิสิทธิ์สามารถไปตัดสินใจเลือกผู้แทนในวัน
ประชุมใหญ่ของพรรคได้

ทั้ง ฮิลลารี และโอบามา ต่างกำลังเร่งเดินหน้าล็อบบี้เหล่าอินไซเดอร์ทั้ง 796 คนนี้อย่าง
หนัก เพื่อให้สามารถเป็นผู้กำชัยชนะได้อย่างแท้จริง

อดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน เป็นหนึ่งในกลุ่มซูเปอร์ เดลิเกต ที่ใช้กลยุทธ์ยกหูโทร
ศัพท์ต่อสายตรงถึงบรรดาเพื่อนฝูงรุ่นใหญ่ โดยหวังว่าอำนาจและบารมีที่ยังมีในฐานะ
อดีตผู้นำประเทศ จะช่วยโกยคะแนนให้ศรีภรรยาได้

ฟาก โอบามา ก็กำเสียงสนับสนุนใน กลุ่มผู้ว่าการรัฐได้ไม่น้อยหน้ากัน และยังได้ จอห์น
แคร์รี อดีตผู้แทนของพรรค เดโมแครตในการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อน เป็นผู้ระดมทีมล็อบบี้
ี้เสียงของซูเปอร์ เดลิเกต อยู่เบื้องหลังเช่นกัน

ภายใต้ผลสำรวจของสำนักข่าวเอพี ชี้ว่าขณะนี้ คลินตันกำชัยในส่วนซูเปอร์ เดลิเกต 213
เสียง เหนือโอบามา ซึ่งได้ไปเพียง 139 เสียง ทว่าอีก 444 เสียงนั้นยังไม่เทใจให้ฝ่ายใด
ฝ่ายหนึ่ง และเป็นเสียงที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาจนกว่าจะถึงเวลาซาวด์
์เสียงวันประชุมใหญ่พรรค

จนถึงวันนั้น ฮิลลารี จึงยังไม่ใช่ผู้แพ้ที่ใครจะตัดภาพของเธอออกจากการแข่งขันได้ และจะไม่มีการหลั่งน้ำตาอีกต่อไป เมื่อศึกในวันนี้เป็นการต่อสู้ของผู้นำอย่างแท้จริงที่อยู่
ู่ข้ามขอบเขตของ “ผู้หญิง” และ “สีผิว” ไปแล้ว

 

 

ที่มา : โพสต์ ทูเดย์

 


 

 


ติดต่อ : webmaster@womaninfocus.com   Copyright© www. womaninfocus.com :  All right reserved.