ราคาน้ำมันโลกแพงบ้าเลือดขึ้นทุกที มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า คงไม่นานนักหรอกที่ระดับ
ราคาน้ำมัน จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งในระดับประดับ และในระดับโลก
ปัญหาเรื่องน้ำมันแพง เป็นคนละเรื่องกับสิ่งที่เรียกกันในแวดวงว่า "ความมั่นคงด้านพลังงาน" ที่หมายถึง การทำให้ประเทศอย่างไทยเรา มีพลังงานไว้
ใช้มากพอกับความต้องการ ส่วนจะแพงมากน้อยแค่ไหนนั่นอีกเรื่องหนึ่ง
แต่ถ้าแพงมากๆ เข้า เรื่องราคากับเรื่องความมั่นคงก็จะกลายเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะน้ำมันจะแพงจนประเทศอย่างไทย ไม่มีปัญญาหาเงินได้มากพอไปซื้อ ไปแย่งมา
จากมือของประเทศที่ร่ำรวยกว่าได้
นั้นคือการขาดความมั่นคงด้านพลังงาน นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ การปิโตรเลี่ยม
แห่งประเทศไทย (ปตท.) ขยายการสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติออกไป
ไม่หยุดยั้ง อย่างน้ยที่สุดกิจการของ ปตท.ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นของคนไทย และมีพันธกิจที่
จะป้อนผลิตผลส่วนใหญ่ กลับมาเพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศ
ตอนนี้ "ปตท.สผ."ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของแท่นขุดเจาะน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีอยู่
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แท่นที่ว่านี้มีขนาดถึง 16,800 ตัน อยู่ระหว่างการก่อสร้าง
ในเวลานี้ ที่เมืองบาทัม บนเกาะเรียอู ของอินโดนีเซียแต่อยู่กระเดียดมาทางสิงคโปร์
์มากกว่า
มูลค่าของมันสูงถึง 500 ล้านดอลล่าร์ อยากรู้เป็นเงินไทยเ่ท่าไหร่ ลองเอา 35 คูณเอา
เมื่อสร้างเสร็จแล้ว มันจะถูกนำมาใช้สำหรับขุดเจาะก๊าซธรรมชาติจากหลุมก๊าซในอ่าวไทย ที่เรียกว่า "ลานอาทิตย์" โดยทาง ปตท. คาดหวังว่าจะสามารถเดินเครื่องได้ในปีหน้านี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ ในยามที่ต้องการอย่างยิ่งยวด มีศักยภาพในการผลิตสูงสุดได้ถึงเกือบ 370 ล้านคิวบิก
ฟุตต่อวัน
ถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า โครงการนี้จะกลายเป็นโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ี
ที่สุดของประเทศไทย
แต่ทำแค่นี้ยังไม่เพียงพอ โฆษกของ ปตท.สผ. เคยบอกกับเอเอฟพีไว้ว่า ก๊าซธรรมชาติทั้งหลายที่ไทยมีอยู่นั้น จะถูกใช้จนเหี้ยนเตียนภายใน 18 ปีข้างหน้านี้
นี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้ ปตท. สผ. ต้องสยายปีกออกไปแสวงหาแหล่งผลิตใหม่ๆ ในประเทศเืพื่อนบ้าน ทั้งพม่า กัมพูชา และเวียดนามเพราะประเทศเหล่านั้นมีแหล่งพลัง
งานที่ใหญ่โตกว่าที่เรามีอยู่
เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้เกิดขึ้นให้ได้ ไทยต้องไม่พึ่งพาพลังงานจาก
แหล่งใดแหล่งหนึ่งเพียงแหล่งเดียว แต่ยิ่งหาได้มากแหล่งเท่าไรก็ยิ่งมีความมั่นคงขึ้น
เท่านั้นในระยะยาว
ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ปตท.สผ. มีแผนที่จะลงทุนเพื่อโครงการพลังงานในต่างแดน
ไม่น้อยกว่า 70,000 ล้านบาท เพราะถึงเวลาหลังจากนั้นการพึ่งพาแหล่งพลังงานจาก
ต่างประเทศของไทย คงหนักข้อมากขึ้นเรื่อยๆ
ปตท. เข้าไปสำรวจหาแหล่งก๊าซธรรมชาติอยู่ในพื้นที่สัมปทานเอ็ม 9 ในเขตอ่าว
เมาะตะมะ ของพม่าอยู่ในเวลานี้
จนถึงขณะนี้ การพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากพม่าของไทยเพิ่มขึ้นสูงมาก เหตุจลาจลทางการเมืองที่ันั่นเมื่อไม่นานมานี้ได้เกิดความกังวลว่า เกิดอะไรขึ้นในพม่า ในอนาคตอาจทำให้ไทยต้องประสบปัญหายุ่งยากลำบากได้สาหัส
ถ้าไม่อยากตกที่นั่งลำบากอย่างนั้น ไทยต้องเร่งแสวงหาแหล่งใหม่ๆ ในประเทศอื่นๆ เผื่อเอาไว้
พูดน่ะพูดง่าย แต่ในทางปฏิบัติแล้ว การหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ ยากขึ้นทุกที สาเหตุอย่างหนึ่งเพราะประเทศที่มีแหล่งพลังงานก็ต้องคิดถึงคนของตัวเองก่อนเป็นหลัก
เห็นได้ชัดเจนก็คือ อินโดนีเซีย ที่แสดงท่าทีชัดเจนแล้วว่าต้องการหันมาเน้นหนักในการสนองความต้องการพลังงาน ภายในประเทศเป็นหลักตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นไป
ปตท.สผ. ยังมีโครงการขุดเจาะน้ำมันอยู่ในเวียดนาม ที่คาดว่าในครึ่งหลังของปีหน้า จะสามารถผลิตน้ำมันป้อนคนไทยได้วันละราว 20,000 บาร์เรล โครงการร่วมมือกับ
มาเลเซียลงทุนเพื่อผลิตก๊าซธรรมชาติ จะเริ่มขึ้นในต้นปีหน้าและอีก 2 โครงการที่เป็น
การสำรวจหาแหล่งน้ำมันบนบก กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการอยู่ในอินโดนีเซีย
นอกจากนั้น ไทยยังได้สัมปทานสำรวจใน 2 โครงการในกัมพูชา ภายใต้ข้อตกลง
ร่วมทุนแบ่งผลประโยชน์กัน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มการผลิตได้ในปี 2010 กระนั้นปัญหา
เขตแดนก็ทำให้หนึ่งใน 2 โครงการนี้ชะงักงัน จนต้องเจรจาหาทางออกกันอยู่ในเวลานี้
หยิบเรื่องนี้มาเล่าเพื่อที่จะบอกว่า หน้าที่ในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานนั้น ไม่ได้เป็นของทางการหรือ ปตท. แต่เพียงฝ่ายเีดียว
แต่เป็นของคนไทยทุกคน ที่ต้องรับรู้ต้องเท่าทันกับสถานการณ์น้ำมันโลก เพื่อช่วยกัน
คนละไม้คนละมือ ลดการใ้ช้พลังงานลง ลดการพึ่งพาต่างชาติลง
นั่นเป็นหลักในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานที่สำคัญในระยะยาวเลยครับ
ที่มา : มติชนสุดสัปดาห์ |