
เนื่องจากอาหารเป็นปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของมนุษย์ ภาชนะบรรจุุอาหารจึงเข้ามา
เป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตประจำวันสำหรับคนเรา ทั้งนี้เป็นเพราะเราใช้ภาชนะบรรจุอาหาร
ในการบรรจุอาหารเพื่อรับประทานและเพื่อนำอาหารติดตัวไปเพื่อรับประทานในที่ต่างๆ นอกจากนี้
ี้เรายังใช้ภาชนะเหล่านี้ช่วยเพิ่มความสะดวกในการจัดเตรียม จัดเก็บอาหารและจัดส่งอาหาร ปัจจุบัน
มีภาชนะบรรจุอาหารให้้เลือกใช้มากมายหลายชนิดเช่น ภาชนะพลาสติก, ภาชนะเมลามีน โฟม ภาชนะอลูมิเนียม ภาชนะเคลือบเทฟล่อน ชามแก้วหรือเซรามิก และฟิล์มยืดใสหุ้มอาหาร เป็นต้น
การดำเนินชีวิตและค่านิยมของคนในปัจจุบัน ซึ่งนิยมความสะดวก รวดเร็ว ทำให้ผู้บริโภคนิ
ยมใช้ภาชนะพลาสติกและโฟมซึ่งมีความทนทานสูง นอกจากนี้ยังนิยมบริโภคอาหารสำเร็จรูปแช่
แข็ง หรือ TV dinner นิยมซื้ออาหารสำเร็จรูปบรรจุถุงพลาสติกและกล่องโฟม แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภค
มักไม่คำนึงถึงคือ ภาชนะบรรจุอาหารนั้นสัมผัสกับอาหารโดยตรงทำให้ภาชนะบรรจุอาหารสามารถ
เป็นแหล่งกำเนิดของการปนเปื้อนของสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ ถ้า
หากผู้บริโภคเลือกใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่ไม่เหมาะสมกับชนิดและส่วนประกอบของอาหารที่จะบรรจุ
อุณหภูมิของอาหารที่บรรจุลงในภาชนะ ทั้งนี้เนื่องจากภาชนะบรรจุอาหารแต่ละชนิดจะมีส่วนประกอบ
และคุณสมบัติที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ภาชนะที่ไม่เหมาะสมทำให้มีการปลดปล่อยสารเคมีจาก
ภาชนะบรรจุสู่อาหารที่บริโภค
ภาชนะเมลามีน
ภาชนะเมลามีนเป็นภาชนะบรรจุอาหารชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยม
อย่างสูง เนื่องจากเป็นภาชนะที่น้ำหนักเบา ตกไม่่แตก ลักษณะสวยงาม
สามารถตกแต่งลวดลายได้ และราคาไม่สูงมาก นอกจากนี้ ผู้บริโภคมัก
คิดว่าภาชนะเมลามีนเป็นภาชนะที่สามารถทนความร้อนได้สูง โดย
ฉลากของภาชนะเมลามีนมักระบุว่า สามารถทนความร้อนได้สูงถึง 100
องศาเซลเซียส ทำให้มักพบเห็นภาชนะชนิดนี้บรรจุอาหารอยู่ทั่วไปทั้ง
ในบ้านเรือน โรงเรียนและร้านอาหาร ที่พบบ่อยคือการใช้ภาชนะเมลามีน
บรรจุอาหารที่อยูู่่ในรูปของเหลวและมีความร้อนสูง เช่น ชาร้อน กาแฟร้อน
โกโก้ร้อน แกงจืด ก๋วยเตี๋ยว และข้าวต้ม เป็นต้น ซึ่งจัดเป็นการใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่ไม่เหมาะสม
คุณสมบัติของภาชนะเมลามีน
เมลามีนเป็นพลาสติกอะมิโนที่มีอัตราการรั่วซึมน้ำต่ำ สามารถทนแรงกระแทกได้ดี สามารถทน
ความร้อนได้สูง จึงนิยมนำมาขึ้นรูปเป็นภาชนะบรรจุอาหาร ภาชนะที่ทำจากเมลามีนคุณภาพดีเมื่อ
ได้รับความร้อนที่อุณหภูมิ 99-121 องศาเซลเซียส จะคงสภาพอยู่ได้ ไม่มีรอยร้าว รั่วซึม แตก หรือบิดเบี้ยว
ภาชนะเมลามีน
ภาชนะเมลามีนที่พบเห็นทั่วไปได้แก่ โถข้าว จาน ชาม ช้อน ทัพพี ถ้วยกาแฟ
ความเป็นพิษของเมลามีน
สารเมลามีนในรูปโมโนเมอร์ ซึ่งใช้ในงานก่อสร้างและทำปุ๋ย เป็นสารที่มีความเป็นพิษต่ำ
โดยค่า LD50 ในหนูของสารเมลามีนคือ 3161 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เมื่อให้ทางปาก
แต่เมลามีนที่ใช้เป็นภาชนะบรรจุอาหารนั้นอยู่ในรูปของโพลิเมอร์ของเมลามีนกับฟอร์มาล
ดีไฮด์ (formaldehyde) ที่เรียกว่า เมลามีนฟอร์มาลดีไฮด์เรซิน เนื่องจากโพลิเมอร์ชนิดนี้มีฟอร์มาล
ดีไฮด์เป็นส่วนประกอบ ทำให้มีการปลดปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ซึ่งมีพิษสูงกว่า (ค่า LD50 ในหนู
ูของสารฟอร์มาลดีไฮด์คือ 100 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เมื่อให้ทางปาก) ออกมาปนเปื้อนใน
อาหารเมื่อใช้ภาชนะเมลามีนบรรจุอาหารร้อน โดยสารฟอร์มาลดีไฮด์ที่ถูกปลดปล่อยออกมา จะอยู่
ทั้งในรูปของสารละลายและในรูปของแก๊สฟอร์มาลดีไฮด์โดยสารเหล่านี้ก่อให้เกิดการระคายเคือง
ของจมูก ตา ลำคอ ทางเดินหายใจส่วนต้น และผิวหนัง นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้เกิดภูมิิแพ้ ผิวหนัง
อักเสบและหอบหืดตามมา นอกจากนี้สารฟอร์มาลดีไฮด์์ยังสามารถก่อให้เกิดมะเร็งชนิด squamous
cell carcinomas ของจมูก และเป็นสารที่ก่อให้เกิดการกลายพันธ์ุ
ข้อกำหนดของเมลามีนโพลีเมอร์: เมลามีนปลดปล่อยแก๊สฟอร์มาลดีไฮด์ ออกมาไม่เกิน 0.01 %ของน้ำหนักเรซิน
การใช้ภาชนะเมลามีให้ปลอดภัย
1. ควรเลือกใช้ภาชนะเมลามีนที่ได้รับมาตรฐาน มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม)
เนื่องจากภาชนะเหล่านี้ผ่านการทดสอบแล้วว่า มีการปลดปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ออกมาปนเปื้อน
อาหารที่บรรจุในปริมาณต่ำ ในขณะที่ภาชนะที่ทำจากเมลามีนที่มีคุณภาพต่ำนอกจากจะปลดปล่อย
สารฟอร์มาลดีไฮด์ออกมาในปริมาณสูงแล้วยังอาจปลดปล่อยสารเคมีชนิดอื่น เช่น ฟีนอล ออกมา
ปนเปื้อนอาหารด้วย
2. ควรอ่านคำเตือนในฉลาก เช่น ห้ามใช้บรรจุของร้อนสำหรับภาชนะพลาสติกที่ไม่ทนความ
ร้อนสูงกว่า 95 องศาเซลเซียส ก่อนใช้ เพื่อจะได้ใช้บรรจุอาหารได้เหมาะสม
3. ภาชนะเมลามีนที่ซื้อใหม่ ควรล้างด้วยน้ำเดือดก่อนการใช้งาน เพื่อชะสิ่งสกปรกและฟอร์มาล
ดีไฮด์บางส่วนออกไป
4. ภาชนะเมลามีนมีความปลอดภัยสูง เมื่อใช้ใส่อาหารที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส
5. ถ้าใช้ภาชนะเมลามีนบรรจุอาหารที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส แต่ไม่ถึง 100
องศาเซลเซียส ควรระวัง โดยไม่ควรใส่อาหารดังกล่าวในภาชนะเมลามีนเป็นเวลานาน เพราะจะทำ
ให้สารฟอร์มาลดีไฮด์ถูกปลดปล่อยออกมาจากภาชนะ
6. สำหรับอาหารที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ๆ ควรวางทิ้งไว้ 2-3 นาที เพื่อให้อาหารเย็นลง ก่อนที่จะ
ใส่ลงในภาชนะเมลามีน จากรายงานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ระบุว่า ภาชนะเมลา
มีนที่ใส่น้ำเดือดเกิน 100 องศาเซลเซียส จะปลดปล่อยสารฟอร์มาลดีีไฮด์ออกมาประมาณ 3-4
มิลลิกรัม/ลิตร โดยเฉพาะถ้าเป็นภาชนะเมลามีนชนิดที่ไม่ได้้มาตรฐานจะสามารถปลดปล่อยสาร
ฟอร์มาลดีไฮด์สูงถึง 10 มิลลิกรัม/ลิตร
7. ไม่ควรใช้ภาชนะเมลามีนอุ่นอาหารร้อน ในเตาไมโครเวฟ เนื่องจากความร้อนมาจากอาหาร
และจากการสะท้อนของแผ่นกั้นในเตาไมโครเวฟ และการสั่นสะเทือนของโมเลกุลของโพลีเมอร์
เมลามีนฟอร์มาลดีไฮด์ที่ใช้ทำภาชนะ ทำให้เกิดการปลดปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ออกมาปนเปื้อนใน
อาหารได้มากกว่าการใช้งานตามปกติ จากรายงานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ระบุว่า
การใช้ภาชนะเมลามีนอุ่นหรือปรุงอาหารในไมโครเวฟนานเกิน 3 นาที ผู้บริโภคมีโอกาสที่จะได้รับ
สารฟอร์มาลดีไฮด์เกินกว่ามาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข (2 มิลลิกรัม/ลิตร ตามประกาศ
กระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 111 พ.ศ.2531) และถ้าใช้เวลาในการอุ่นอาหารนานขึ้นปริมาณของ
สารฟอร์มาลดีไฮด์ที่ผู้บริโภคจะได้รับก็จะมากขึ้นด้วย และจากรายงานดังกล่าวระบุุว่า ถ้าอุ่นอาหาร
ในภาชนะเมลามีนนานกว่า 4-5 นาที ปริมาณสารฟอร์มาลดีไฮด์ที่ผู้บริโภคจะได้รับอาจสูงถึงประมาณ
10 มิลลิกรัม/ลิตร
ที่มา : http://www.pharm.su.ac.th/Chemistry-in-Life/d024.html

|