"โอย ๆๆๆ" เสียงร้องคร่ำครวญ ระคนกับเสียงขู่ตะคอก
"รับไม่รับ ไม่รับเรอะ ถอดอีกเล็บนึง"
"โอยๆๆๆ"
"ยังไม่รับอีก บีบเข้าไปอีก" หมายถึงขันเกลียว บีบขมับจนตาถลน
พรือไม่ก็หย่อนเชือกที่ผูกขาห้อยหัวไว้เหนือบ่อน้ำ ให้หัวจมน้ำจนสำลักหูตาเหลือก บ้างก็เอาเชือกผูกแขนขาให้ม้าดึงออกไป 4 ทิศ ถ้าไม่ยอมรับผิด จะให้ม้าดึงฉีกร่าง
เป็นสี่ชิ้น
แค่ฟังก็สยองแล้ว
แบบนี้ใครจะไม่รับ ยังไงๆ ก็ขอเอาตัวรอดไว้ก่อน ถ้ามีโอกาสค่อยโวยทีหลัง
ปัจจุบันการกระทำแบบที่เรียก จารีตนครบาลนี้ ยกเลิกไปแล้ว ทว่าก็ยังมีกระเส็น
กระสายอยู่บ้าง แม้ไม่หนักหนาเท่าที่กล่าวมา แต่ก็สยองเอาการอยู่
เรื่องนี้เกิดขึ้นในรัฐราชาสถาน ประเทศอินเดีย ประเทศที่กำลังพัฒนา เศรษฐกิจฟูเฟือง ตีคู่กับจีนขึ้นมาจนเป็นที่จับตามองอย่างฉงนฉงาย แกมอิจฉาจากประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องคอมพิวเตอร์แล้ว
"ฮัดฉา อีนี้บังกินขาด มะกันยังต้องจ้างไอเลย โอ...มันยอดจริงๆ นาร้าย นารายณ์"
หนังสือพิมพ์ซันเดย์ เอกซ์เพรส รายงานว่า หลังจากครูใหญ่โรงเรียนประชาบาลแห่ง
หมู่บ้านรันบุระ ห่างจากเมืองชัยปุระ เมืองหลวงรัฐ ไปทางทิศใต้ราว 340 กม. ร้องเรียนว่าข้าวสาลีและข้าวเจ้าที่เตรียมไว้เป็นอาหารกลางวันแก่ครูและนักเรียนจำ
นวนมากได้อันตธาน ไปจากยุ้ง แจ้งความไปยังตำรวจประจำถิ่นแล้ว ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า
"ปัญจยัต" สภาผู้อาวุโส (ไม่ทราบว่าเหมือนราษฎรอาวุโสบ้านเราหรือเปล่า) ของหมู่บ้านจึงตกลงจัดการกันเอง โดยนำวิธีโบราณที่เรียกว่า "ดิคตัต" สมัยเก่ามาใช้ในการหาตัวโจร
นั่นคือ หลังจากใช้เวลาประมาณ 10 วัน ในการสืบสวน และก็รวบรวมรายชื่อผู้ต้อง
สงสัยไว้ได้ถึง 150 คน เป็นชาวบ้านรันปุระและหมู่บ้านใกล้เคียงสองแห่ง
ผู้ต้องสงสัยถูกคุมมาดำเนินคดียังที่ทำการสภาอาวุโสโดยสมาชิกอาวุโสประกาศให้ผู้
ต้องหาสำแดง ความบริสุทธิ์ด้วยการเอามือลงไปหยิบแหวนทองแดงจากก้นหม้อ
ใบใหญ่ที่มีน้ำล้นปรี่ และน้ำกำลัง เดือดพล่าน
อ้างว่าใครเป็นคนบริสุทธิ์ ไม่ใช่ขโมย ต้องกล้าล้วง ใครไม่กล้าล้วงถือว่าเป็นขโมย
บังผู้น่าสงสารทั้ง 150คนมองหน้ากันเลิ่กลั่กเนื่องจากมองเห็นความหายนะของมือตน
เองลอยอยู่ตรงหน้า
ไม่มีใครอยากพิสูจน์ด้วยวิธีนี้ แต่เพราะไม่ต้องการให้ถูกตราหน้าว่าเป็นขี้ขโมย จึงมีคนแข็งใจล้วงมือผ่านน้ำเดือดพล่าน ลงไปหยิบแหวนจนได้ รวมทั้งหมดถึง 100 คน
ผลหรือครับ โธ่! ไม่น่าถาม บังนักล้วงแม้จะร้องให้พระนารายณ์ช่วย ก็ไม่มีใครรอดจาก
มือบวมอลึ่งฉึ่ง เพราะถูกน้ำร้อนลวกสักคน
ส่วนอีก 50 คนไม่ยอมล้วง เลยถูกตัดสินชี้ขาดว่าเป็นขโมย แต่ยังไม่ทันจะถูกลงโทษ ข่าวเรื่องการสอบสวนพิสดารก็ล่วงรู้ไปถึงทางการเสียก่อน เป็นเหตุให้ตุลาการศาลเตี้ย
ถูกจับเข้าคุกกราวรูด
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
"เสียมือไม่ว่า เสียหน้าไม่ยอม....อูยยส์"
|